เชื่อมค่อกับเรา

Business

รีวิว Jimu Astrobot หุ่นชุดสำรวจอวกาศ

เผยแผร่เมื่อ

บน

รีวิว Jimu Astrobot หุ่นชุดสำรวจอวกาศ

หุ่นยนต์ Jimu Astrobot
ที่เราจะรีวิวในวันนี้ก็เป็นหนึ่งในของเล่นที่เสริมการเรียนรู้ STEM
ในการศึกษาในยุคปัจจุบันจึงต้องให้ความสำคัญกับศาสตร์ที่สามารถนำไปประ
ยุกต์เพื่อสร้างวิทยาการ การประกอบหุ่น Jimu Astrobot
สามารถประกอบหุ่นได้ 3 แบบ
และสามารถสร้างสรรค์แบบใหม่จากอุปกรณ์ที่มี Jimu Astrobot
เป็นแอปที่มีการควบคุมหลากหลาย ทั้งเล่นแบบ Remote Control เหมือน
รถบังคับ อุปกรณ์ที่เราจะใช้บังคับต้องใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตใน
การเล่นเสมอ (เชื่อมต่อกับหุ่นด้วย Bluetooth) ถ้าไม่มีมือถือก็ควบคุมไม่ได้
ส่วนตัวแอปจะไม่มีภาษาไทย จะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
ถือว่าเราจะได้ฝึกภาษาอังกฤษพื้นฐานไปด้วยเลย Jimu Astrobot
ยังกลายเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนโลก
การศึกษาในยุคปัจจุบันจึงต้องให้ความสำคัญกับศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุก
ต์เพื่อสร้างวิทยาการใหม่ๆ ซึ่งเราเรียกศาสตร์ในกลุ่มนี้ว่า STEM
ยังไม่พอหุ่นตระกูล Jimu นั้นยังมีหลายชุด เช่นชุด KarBot
ก็จะประกอบเป็นรถได้ 3 รูปแบบ หรือชุด BuzzBot & MuttBot
จะสามารถต่อเป็นหุ่นยนต์ตัวน้อย หรือชุดใหญ่อย่าง Jimu Inventor Kit
ก็ต่อเป็นหุ่นยนต์รูปสัตว์ที่มีความซับซ้อนได้ 6 แบบ แล้วพื้นฐานของหุ่นตระกูล
Jimu นั้นเหมือนกัน เราจึงสามารถใช้อุปกรณ์ข้ามชุดกันได้ การจัดชุดต่างๆ
ของ Jimu
ก็คือการเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการประกอบเป็นหุ่นพื้นฐานที่กำหนด
มาให้ เช่นชุดใหญ่ Jimu Inventor Kit จะเตรียมอุปกรณ์มาให้มากที่สุด

มีมอเตอร์ Servo 16 ตัว ชิ้นส่วนสำหรับประกอบร่าง 675 ชิ้น สมองกล 1 ชุด
ส่วนชุด Jimu Astrobot ในครั้งนี้ก็จะมีความซับซ้อน
น้อยกว่า คือมีมอเตอร์ Servo 5 ตัว สมองกล 1 ชุด ชิ้นส่วนประกอบร่าง 397 ชิ้น
อย่างชิ้นส่วนล้อตีนตะขาบ มือจับ และชิ้นส่วนอื่นๆ
ให้ประกอบเป็นหุ่นยนต์สำรวจอวกาศได้

หุ่นชุด Astrobot สามารถประกอบเป็นหุ่นได้ 3 รูปแบบหลักๆ คือ

Astrobot หุ่นล้อตีนตะขาบสำรวจดาว

Rover รถ 4 ล้อสำรวจดาว สามารถหันจานเสาอากาศซ้าย-ขวาได้

 

tron หุ่นยนต์เดิน 2 ขา แต่มีความซับซ้อนที่ขาสามารถบิดไปบิดมาได้

เมื่อเราประกอบหุ่นเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการควบคุมหุ่น ซึ่งหุ่น Jimu
ก็มีวิธีควบคุมหลายแบบคือ
1. กดปุ่ม Controls เพื่อให้หุ่นเดินซ้ายขวาหน้าหลัง หรือออกแอคชั่นต่างๆ
เหมือนบังคับรถวิทยุอยู่
2. กดปุ่ม Action เพื่อเลือกท่าทางต่างๆ ที่ผู้สร้างกำหนดไว้ เช่นสั่งให้หุ่นเต้น
ปรบมือ
3. เขียนโปรแกรมแบบ flowchart เพื่อควบคุมหุ่นไปเลย
เสริมการเรียนรู้ในรูปแบบ STEM ได้จริงๆ ทั้งหัดทำจริงๆ เขียนโปรแกรมจริงๆ
และเห็นผลลัพธ์ของการเล่นทันทีและสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียนโปรแกรม
ไม่ใช่การเขียนเป็นภาษาอะไร แต่เป็นคิดยังไงให้คอมพิวเตอร์นำไปใช้งานได้
การเขียนโปรแกรมสั่งงานหุ่น Jimu จึงไม่ต้องท่องจำโค้ดและรูปแบบการเขียน
แต่เป็นการต่อ Flow chart ในการทำงานเพื่อสั่งหุ่นยนต์

อ่านต่อ
คลิกเพื่อเพิ่มความคิดเห็น

ออกความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Business

หูฟังออกกำลังกายไร้สาย

เผยแผร่เมื่อ

บน

โดย

หูฟังออกกำลังกายไร้สาย

Jabra Sport Elite Upgrad

คุณสมบัติสำคัญของหูฟังแบบ True Wireless
แยกหูฟัง 2 ข้างออกจากกันไม่มีสายเชื่อมใดๆ ทำให้หูฟังชนิดนี้มีขนาดเล็ก
มาพร้อมกล่องเก็บหูฟังเก๋ๆ ที่เป็นแบตสำรองให้ ตัวหูฟัง แบตเตอรี่ที่เล็กมาก
ทำให้การใช้งานนั้นต้องชาร์จบ่อย อาจทำให้เสื่อมเร็ว รับประกัน 3 ปี
จุดเด่น
-วัดความฟิตของร่างกาย แนะนำระยะเวลาพัก
ส่งเสียงเตือนโซนการเต้นของหัวใจ
-สามารถเชื่อมข้อมูลไป Strava หรือ Endomondo ได้
-กระทัดรัด น้ำหนักเบา พกสะดวก คุณภาพวัสดุดี
-กันน้ำได้ระดับ IP67
จุดสังเกต
-เสียงคุยยังมีปัญหา
-เชื่อมกับอุปกรณ์พร้อมกันไม่ได้

– หูฟังออกแบบมาให้ฟิตกับหู
-ไม่ได้แบ็กอัปข้อมูลเก็บขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ไม่มีระบบบัญชีของ Jabra
-ราคาสูง
ความแตกต่างระหว่าง Jabra Elite Sport และ Jabra Elite Sport Upgrade
หูฟังรุ่นใหม่นี้ปรับปรุงเรื่องแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นเป็น 4.5 ชั่วโมง
แถมสามารถชาร์จผ่านกล่องเก็บหูฟังได้อีก 2 รอบ
แกะกล่อง Jabra Elite Sport Upgrade
มี2 สี คือสีดำเทากับสีเขียวมะนาว อุปกรณ์ในกล่องประกอบด้วย
– หูฟัง Jabra Elite Sport 1 คู่
– กล่องเก็บและชาร์จหูฟัง
– ชุด EarWing ให้เลือกเปลี่ยนอีก 2 คู่
– ชุด EarGel อีก 2 ชุดคือแบบซิลิโคนและแบบโฟม อย่างละ 3 ขนาด
การควบคุม Jabra Elite Sport
ฟังจะเริ่มทำงานและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อัตโนมัติเมื่อเปิดกล่อง
ส่วนปุ่มควบคุมบนตัวหูฟังนั้นมีอยู่ทั้งหมด 4 ปุ่ม กระจายไปข้างละ 2
ปุ่มคือหูขวาเป็นชุดปุ่มควบคุม ปุ่มล่างกดครั้งเดียวเล่นเพลง/หยุดเพลง
และหูซ้ายเป็นปุ่มปรับระดับเสียง
และถ้ากดค้างจะเลื่อนเพลงถัดไปหรือย้อนกลับเพลงก่อนหน้า
คุณภาพเสียงของ Jabra Elite Sport
เสียงใส เบสมาชัด ฟังได้สบายๆ การเชื่อมต่อ Bluetooth
กับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ เป็น Bluetooth 4.1 พร้อมใช้ Codec
เสียงสูงสุดเป็น AAC
การใช้งานสนทนา
สามารถกดปุ่มที่หูฟัง 2 ครั้งเพื่อเปิดโหมด HearThrough ได้
ทำให้ได้ยินเสียงภายนอกผสมเข้ามากับเสียงเพลง
การทำ Fitness test

เราสามารถเข้าทำ Fitness Test เพื่อประเมินร่างกายของตัวเองก่อนได้
และติดตามผลการออกกำลังกายว่าทำให้เราแข็งแรงมากขึ้นได้แค่ไหน
โดยการประเมินร่างกายที่ Jabra Elite Sport ทำได้นั้นมีหลายรูปแบบคือ
-VO2Max การวัดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ออกซิเจนของร่างกาย
-Cooper test วัดความฟิตของ ร่างกาย ในแง่ของ cardio
-The Orthostatic Heart Rate Test การทดสอบสุขภาพหัวใจ
และเพื่อประเมินว่าการออกกําลังกายเท่าไหร่
Cross Training
เป็นการจัดกลุ่มท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงเฉพาะส่วน
เช่นชุดออกกำลังกายลดหน้าท้อง หรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ขา
ซึ่งจะมาพร้อมวิดีโอแนะนำท่าออกกำลังกายที่ถูกต้อง
และเสียงโค้ชตลอดการออกกำลังกาย
Jabra Sport Elite Upgrade มีค่าตัวที่ 9,900 บาท
ซึ่งถือเป็นราคากลุ่มบนของหูฟังแบบ True Wireless แต่ถ้าคุณเป็นนักกีฬา
หรือมีไลฟ์สไตล์ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
เพราะหูฟังคู่เดียวใช้ได้ทั้งฟังเพลง ขนาดเล็กพกง่าย วัดการเต้นของหัวใจ
แถมยังโค้ชการออกกำลังกายได้ด้วย

อ่านต่อ

Business

รีวิว Nikon D7500 กล้อง DSLR

เผยแผร่เมื่อ

บน

โดย

รีวิว Nikon D7500 กล้อง DSLR

งานประกอบดีมาก จับถือแล้วรู้สึกหนักแน่น (แต่น้ำหนักเบากว่ากล้อง DSLR
รุ่นกลางทั่วไปนะ)โฟกัสภาพนิ่งรวดเร็วแม้แสงน้อยคุณภาพภาพระดับแถวหน้าขอ
งกล้องกลุ่ม APS-C แล้ว ถ่าย 1080p 60 fps ได้แบบไม่ครอป
มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหววิดีโอแบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8
fps และมีบัฟเฟอร์มากพอที่จะถ่ายต่อเนื่องเป็นร้อยรูป กล้อง Nikon ซีรี่ส์
D7x00 นั้นถือเป็นกล้องระดับกลางนะครับ
โดยนำเอาเซนเซอร์และหน่วยประมวลผลของ Nikon D500 มาใช้
และเมื่อเทียบกับ D7200 แล้วกล้อง Nikon D7500
นั้นปรับปรุงไปหลายอย่างคือ
 ถ่ายวิดีโอ 4K ได้แล้ว ถือเป็นกล้อง DSLR ราคาต่ำที่สุดของ Nikon
ตอนนี้ที่ถ่าย 4K ได้
 เพิ่มความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องจาก 6 fps เป็น 8 fps
 หน้าจอพลิกได้แบบสัมผัส
 มี Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับแอป Snapbridge
 น้ำหนักลดลง 45 กรัมเมื่อเทียบกับ D7200
 ความละเอียดลดลงจาก 24 ล้านพิกเซลเหลือ 21 ล้านพิกเซล

บอดี้ของ D7500 ยังเป็นแบบ Weather-Seal สิ่งที่ดีงามของ Nikon
D7500 คือจอด้านหลังสามารถพับเปลี่ยนองศาได้ และเป็นจอสัมผัสเรียบร้อย
ซึ่งจอสัมผัสตัวนี้ใช้สั่งงานได้ทั้งระบบเมนู ปัดดูภาพ
และที่สำคัญใช้เลือกจุดโฟกัสได้ด้วย ไม่ต้องลำบากโยก Joystick
เพื่อปรับตำแหน่งโฟกัสภาพให้เหนื่อย
ใครคิดว่าจอสัมผัสของกล้องถ่ายรูปเป็นเรื่องเด็กเล่นให้คิดใหม่เลยค่ะ
ฟังก์ชั่นอย่าง Tap to Focus นี้มีประโยชน์จริงจัง
ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายของกล้องรุ่นนี้ใช้ระบบ SnapBridge เหมือนเคย
ก็ถ้าใครที่ชอบระบบนี้ที่ส่งรูปผ่าน Bluetooth ให้เรื่อยๆ
แบบอัตโนมัติก็น่าจะชอบค่ะ อ่อ แล้ว Nikon D7500
ยังมีมอเตอร์ในกล้องให้เหมือนเดิม ใครที่ใช้เลนส์เก่าๆ ยุค AF-D
ที่ไม่มีมอเตอร์ในเลนส์ ก็ยังใช้โฟกัสอัตโนมัติได้ค่ะ ส่วนการชาร์จแบตหนึ่งครั้ง
ถ่ายได้ประมาณ 950 ภาพ ก็อึดกว่า Mirrorless ที่ถ่ายได้ประมาณ 300
รูปอย่างเทียบกันไม่ได้ค่ะ

 

 

อ่านต่อ

Business

รีวิว Huawei EnVizion 360 กล้องจิ๋ว

เผยแผร่เมื่อ

บน

โดย

รีวิว Huawei EnVizion 360 กล้องจิ๋ว

   Highlight

  • กล้อง 360 องศาที่ราคาถูก พกง่าย และคุณภาพดี
  • แชร์ไปยังโซเชี่ยลได้ง่าย รวมถึงการแชทที่ประยุกต์ใช้ได้
  • รองรับมือถือ Android ทุกรุ่นที่เป็น USB-Cจุดด้อย
  • ่ายวิดีโอ 4K ไม่ได้
  • ถ่ายภาพ ในที่แสงน้อยยังมีปัญหา
  • มีแต่รุ่น USB-C ทำให้ใช้งานกับมือถือที่ใช้พอร์ต Micro USB หรือ iPhone ไม่ได้
  • ทำวิดีโอสดขึ้นโปรไฟล์ตัวเองได้ แต่ทำไลฟ์ขึ้นเพจเฟซบุ๊กไม่ได้
  • ไม่มีฟีเจอร์ระดับสูงอย่างต่อเข้าคอมพิวเตอร์เป็น Webcam 360 องศา

การใช้งาน Huawei EnVizion 360

ิธีใช้งาน Huawei EnVizion 360 นั้นง่ายมากครับ แค่เสียบกล้องเข้ากับพอร์ต USB-C แล้วเปิดแอป HUAWEI 360 Camera มาถ่ายเท่านั้น ไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์ Huawei ก็ใช้ถ่ายได้ ข้อจำกัดเดียวของ EnVizion 360 คือต้องใช้กับอุปกรณ์ที่เป็น Android 6.0 และใช้พอร์ต USB-C เท่านั้นครับ ใครใช้ iPhone หรือใช้แอนดรอยด์ที่ยังเป็น Micro USB อยู่ หมดสิทธิ์ใช้กล้องตัวนี้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Huawei EnVizion 360 เป็นที่นิยมในเวลานี้ เกิดจากโปรโมชั่นสำหรับคนที่ Pre-Order Huawei P20 Pro ที่ได้รับไปฟรีๆ ทำให้เข้าถึงผู้ใช้ได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Ricoh Theta, Insta 360 และอีกสารพัดรุ่น รวมถึงราคาเพียง 4,490 บาท ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่าคู่แข่ง และยังรองรับมือถือ Android ทุกรุ่นที่เป็น USB-C ด้วย

เราสามารถใช้งาน EnVizion 360 ได้ 3 โหมดคือ

  • ถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายได้ความละเอียด 5K – 5376 x 2688 pixel
  • ถ่ายวิดีโอ ถ่ายได้ความละเอียด Full HD – 1920 x 960 pixel นานสูงสุด 5 นาที
  • ถ่ายทอดสดวิดีโอ 360 องศา ขึ้น Youtube และ Facebook ด้วยความละเอียด HD – 1280 x 640 / 8Mbps

โหมดการใช้งานหลักมีทั้งหมด 3 อย่างได้แก่ ภาพนิ่ง, คลิป และไลฟ์ ซึ่งคุณภาพของภาพนิ่งและคลิปจัดว่าสูสีกับกล้อง 360 องศาราคาแตะหมื่น แต่สำหรับโหมดไลฟ์จะได้ไฟล์ที่คุณภาพต่ำลงมาเนื่องจากถูกบีบอัดด้วยความเร็วเน็ตและ Facebook ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่เจอกันทุกรุ่น

การถ่ายภาพนิ่งแบบ 360 องศาสามารถอัพโหลดไปยังช่องทางต่างๆ ได้เช่น Facebook, Line, Twitter, Google Photos, Instagram ซึ่งจะเป็นไฟล์แบบ 360 องศาที่หมุนดูรอบทิศได้ แต่ก็สามารถเลือก Snap แคปภาพแบบเลือกมุมองศาหรือปรับโหมดได้ 4 แบบคือ Fisheye, Perspective, Cystal ball และ Little planet ที่หลายคนชอบ

คลิปวีดีโอจะถูกจำกัดความยาวสูงสุดที่ 5 นาทีเพื่อไม่ให้กล้องทำงานหนักเกินไป เนื่องจากมีการนำคลิปจากกล้องทั้ง 2 ตัวเข้ามาปะติดเพื่อให้กลายเป็นคลิป 360 องศา ซึ่งใช้การประมวลผลทั้งกล้องและตัวเครื่องอยู่ไม่น้อย และก็สามารถอัพโหลดไปยังช่องทางต่างๆ ได้ไม่ต่างจากภาพนิ่ง ส่วนการไลฟ์ก็รองรับช่องทางหลักทั้ง Facebook และ YouTube

ส่วนถ้าเป็นภาพตอนกลางคืน ก็ถือว่าดีกว่ากล้อง 360 องศาหลายรุ่นในตลาด แต่ก็ไม่แนะนำให้ถ่ายในที่แสงน้อย

นอกจากคุณสมบัติหลักของความเป็นกล้อง 360 องศาก็มีเรื่องของการตกแต่งใส่ฟิลเตอร์ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ดูแปลกตาออกไป และก็อยู่ที่ว่าใครจะเอาไปประยุกต์ใช้งานด้านไหน บางคนเอาไปใช้ถ่ายบรรยากาศในคอนโดเพื่อขาย หรือบางคนก็ใส่ความสร้างสรรค์ลงไปให้ได้มิติมุมมองที่แปลกตาก็ได้เช่นกัน….

 

 

 

อ่านต่อ

เรื่องร้อนแรง!

Copyright © 2017 Zox News Theme. Theme by MVP Themes, powered by WordPress.